มงคลจักรวาฬใหญ่ ๑๓ จบ – อานุภาพแห่งพระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า | บทสวดมงคลจักรวาลใหญ่

มงคลจักรวาฬใหญ่ ๑๓ จบ – อานุภาพแห่งพระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

มงคลจักรวาฬใหญ่ อานุภาพแห่งพระมหาปุริสลักษณะ๓๒ประการ แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า

บทสวดมงคลจักรวาลใหญ่ แปล
สิริธิติมะติเตโชชะยะสิทธิมะหิทธิมะหาคุณาปะริมิตะปุญญาธิการัสสะ
สัพพันตะรายะนิวาระณะสะมัตถัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ทวัตติงสะมะหาปุริสะลักขะณานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพ แห่งพระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า
ผู้เป็นพระอรหันต์ผู้ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง ผู้มีบุญญาธิการอันกำหนดมิได้
ด้วยพระฤทธิ์อันใหญ่ และพระคุณอันใหญ่ อันสำเร็จด้วยพระสิริ พระปัญญาเป็นเครื่องตั้งมั่น
พระปัญญาเป็นเครื่องรู้ พระเดชและพระชัยผู้สามารถห้ามเสียซึ่งสรรพอันตราย
อะสีตยาพยัญชะนานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งอนุพยัญชนะ ๘๐
อัฏฐุตตะระสะตะมังคะลานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งมงคล ๑๐๘ ประการ
ฉัพพัณณะรังสิยานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระรัศมีมีพรรณ ๖ ประการ
เกตุมาลานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระเกตุมาลา
ทะสะปาระมิตานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระบารมี ๑๐ ประการ
ทะสะอุปะปาระมิตานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระอุปปารมี ๑๐ ประการ
ทะสะปะระมัตถะปาระมิตานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระปรมัตถปารมี ๑๐ ประการ
สีละสะมาธิปัญญานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งศีล สมาธิ ปัญญา
พุทธานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธรัตนะ
ธัมมานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมรัตนะ
สังฆานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระสังฆรัตนะ
เตชานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระเดชอิทธานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระฤทธิ์
พะลานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระกำลัง
เญยยะธัมมานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระเญยยธรรม
จะตุราสีติสะหัสสะธัมมักขันธานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมขันธ์ ๘ หมื่น ๔ พัน
นะวะโลกุตตะระธัมมานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งโลกุตตรธรรม ๙ ประการ
อัฏฐังคิกะมัคคานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งอริยมรรคมีองค์ ๘ ประการ
อัฎฐะสะมาปัตติยานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่พระสมาบัติ ๘ ประการ
ฉะฬะภิญญานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระอภิญญา ๖ ประการ
จะตุสัจจะญาณานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระญาณในสัจจะ ๔
ทะสะพะละญาณานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระญาณมีกำลัง ๑๐ ประการ
สัพพัญญุตะญาณานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระสัพพัญญุตญาณ
เมตตากะรุณามุทิตาอุเปกขานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระเมตตา พระกรุณา พระมุทิตา พระอุเบกขา
สัพพะปะริตตานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตรทั้งปวง
ระตะนัตตะยะสะระณานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งการระลึกถึงพระรัตนตรัย
ตุยหัง สัพพะโรคะโสกุปัททะวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาวินัสสันตุ
เหล่าโรค โศก อุปัทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ทั้งปวง ของท่าน จงสิ้นสูญไป
สัพพะอันตะรายาปิ วินัสสันตุ
แม้เหล่าอันตรายทั้งปวง จงสิ้นสูญไป
สัพพะสังกัปปา ตุยหัง สะมิชฌันตุ
สรรพดำริทั้งหลายของท่านจงสำเร็จด้วยดี
ฑีฆายุตา ตุยหัง โหตุ
ความเป็นผู้มีอายุยืนจงมีแก่ท่าน
สะตะวัสสะชีเวนะ สะมังคิโก โหตุ สัพพะทาฯ
ท่านจงเป็นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยความเป็นอยู่สิ้น ๑๐๐ ปี ทุกเมื่อ
อากาสะปัพพะตะวะนะภูมิคังคามะหาสะมุททา
อารักขะ กา เทวะตาเทพเจ้าทั้งหลาย ผู้คุ้มครองสถิตอยู่ในอากาศ
และบรรพตไพรสณฑ์ ภูมิสถาน แม่น้ำคงคามหาสมุทร
สะทา ตุมเห อะนุรักขันตุฯ .
จงตามรักษาท่านทั้งหลายทุกเมื่อ เทอญฯ
นักขัตตะยักขะภูตานัง ปาปัคคะหะนิวาระณา,
ความป้องกัน บาปเคราะห์ทั้งหลาย
แต่สำนักแห่งเหล่านักษัตร และยักษ์ และภูตได้มีแล้ว
ปะริตตัสสานุภาเวนะ หันตะวา เตสัง อุปัททะเว,
ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตร จงกำจัดเสียซึ่งอุปัทวะทั้งหลาย
แต่สำนักแห่งเหล่านักษัตร และยักษ์ และภูตเหล่านั้น
นักขัตตะยักขะภูตานัง ปาปัคคะหะนิวาระณา,
ความป้องกัน บาปเคราะห์ทั้งหลาย
แต่สำนักแห่งเหล่านักษัตรและยักษ์ และภูตได้มีแล้ว
ปะริตตัสสานุภาเวนะ หันตะวา เตสัง อุปัททะเว,
ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตร จงกำจัดเสียซึ่งอุปัทวะทั้งหลาย
แต่สำนักแห่งเหล่านักษัตร และยักษ์ และภูตเหล่านั้น
นักขัตตะยักขะภูตานัง ปาปัคคะหะนิวาระณา,
ความป้องกัน บาปเคราะห์ทั้งหลาย
แต่สำนักแห่งเหล่านักษัตร และยักษ์ และภูตได้มีแล้ว
ปะริตตัสสานุภาเวนะ หันตะวา เตสัง อุปัททะเวฯ
ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตร จงกำจัดเสียซึ่งอุปัทวะทั้งหลาย
แต่สำนักแห่งเหล่านักษัตร และยักษ์ และภูตเหล่านั้น
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง
ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน
รักขันตุ สัพพะเทวะตา
ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน
สัพพะพุทธานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่าน
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง
ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน
รักขันตุ สัพพะเทวะตา
ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน
สัพพะธัมมานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมทั้งปวง
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่าน
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง
ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน
รักขันตุ สัพพะเทวะตา
ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน
สัพพะสังฆานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ทั้งปวง
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่าน

See also  ของเล่นในวันปีใหม่!! | รูปวันปีใหม่
See also  สอนดาวน์โหลด Youtube เป็น mp3 | โปรแกรม โหลด เพลง จาก ยู ทู ป mp3

มงคลจักรวาฬใหญ่ ๑๓ จบ - อานุภาพแห่งพระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า

บทสวดมาติกา


การสวดมาติกา คือ การสวดบทมาติกาของอภิธรรมเจ็ดคัมภีร์หรือที่เรียกว่า \”สัตตัปปกรณาภิธรรม\” ซึ่งมีการบังสุกุลเป็นที่สุด เป็นประเพณีนิยมจัดให้สงฆ์สวดในงานทำบุญหน้าศพย่างหนึ่ง เรียกโดยโวหารทางราชการในงานหลวงว่า \”สดัปปกรณ์\” แต่ราษฎรสามัญทั่วไปเรียกว่า \”สวดมาติกา\” โดยจัดเป็นพิธีต่อ จากสวดพระพุทธมนต์เย็นบ้าง ถ้ามีเทศน์ต่อจากสวดพระพุทธมนต์เย็น ก็จัดพิธีต่อจากสวดมาติกาต่อจากพิธีเทศน์และจัดให้มีต่อจากพิธีเลี้ยงพระในวันรุ่งขึ้นบ้างจัดให้มีก่อนฌาปนกิจศพบ้าง นับเป็นพิธีทำบุญแทรกในระหว่างงานทำบุญศพ ระยะใดระยะหนึ่งได้ทั้งนั้น ตามแต่ศรัทธาของเจ้าภาพจะพึงเห็นเหมาะและจัดให้มีในระยะไหน ระเบียบการจัดพิธีสวดมาติกานี้ ทั้งฝ่ายเจ้าภาพ และฝ่ายพระภิกษุสงฆ์ ไม่พิสดารอะไร
http://www.kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=6308
ทำไมจึงใช้สวดศพคนตาย
ประการแรก พระอภิธรรมนั้น เป็นธรรมล้วนๆ ไม่กล่าวถึงบุคคล มีเนื้อหาสาระที่ลึกซึ้ง แม้จะฟังคำแปลแล้วก็ยังเข้าใจได้ยาก การที่นำเอาพระอภิธรรมมาสวดในงานศพ ก็เพื่อให้ผู้ฟังได้เข้าใจความจริงของสังขารที่เกิดมาแล้วก็จะต้องพบกับความแก่ ความเจ็บ และความตาย โดยมีศพเป็นตัวอย่างมองเห็นเฉพาะหน้า แต่ถ้าผู้ฟังพอจะรู้คำแปลอยู่บ้าง ก็จะเข้าใจความหมายได้ลึกซึ้งดีขึ้น
ประการที่สอง มีคตินิยมว่า การสวดพระอภิธรรมเป็นการสนองพระคุณของมารดาบิดา ตามแบบอย่างที่พระจริยาวัตรขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้เสด็จขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นดาวดึงโปรดพุทธมารดา ที่ได้สิ้นพระชนม์แล้ว ต่อมา แม้ผู้วายชนม์นั้นๆ จะมิใช่มารดาบิดาก็ตาม แต่ก็ถือเป็นประเพณีที่ผู้บำเพ็ญกุศลจะได้อุทิศไปให้ผู้วายชนม์นั้น
ประการที่สาม การที่นำเอาพระอภิธรรมเข้ามาเกี่ยวโยงสัมพันธ์กับกุศลพิธีเนื่องในงานศพดังกล่าว จะเป็นวิธีหนึ่งของการป้องกันมิให้พระสัทธรรม คือพระอภิธรรมอันตรธานหายไป
ประเพณีการสวดพระอภิธรรมหน้าศพ นั้นเกิดขึ้นมายาวนาน นับแต่พระพุทธศาสนาเข้ามาสู่ประเทศไทยแล้ว แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเริ่มเมื่อใด รู้เพียงว่าเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม นับแต่ประเทศไทยรับเอาพระพุทธศาสนามาเป็นศาสนาประจำชาติ ประจำจิตใจชาวไทยมาแต่โบราณกาลตั้งแต่ยุคล้านนา ยุคกรุงสุโขทัย ยุคกรุงศรีอยุธยา ยุคกรุงธนบุรี และมาถึงยุครัตนโกสินทร์ จวบจนปัจจุบัน
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=31334
พระอภิธรรมปิฎก ประมวลพระพุทธพจน์หมวดพระอภิธรรม คือ หลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชา
ล้วนๆ ไม่เกี่ยวด้วยบุคคลหรือเหตุการณ์ แบ่งเป็น ๗ คัมภีร์ (เรียกย่อหรือหัวใจว่า สํ วิ ธา ปุ ก ย ป) คือ
๑. สังคณี หรือ ธัมมสังคณี รวมข้อธรรมเข้าเป็นหมวดหมู่แล้วอธิบายทีละประเภท ๆ
๒. วิภังค์ ยกหมวดธรรมสำคัญ ๆ ขึ้นตั้งเป็นหัวเรื่องแล้วแยกแยะออกอธิบายชี้แจงวินิจฉัยโดยละเอียด
๓. ธาตุกถา สงเคราะห์ข้อธรรมต่าง ๆ เข้าในขันธ์ อายตนะ ธาตุ
๔. ปุคคลบัญญัติ บัญญัติความหมายของบุคคลประเภทต่างๆ ตามคุณธรรมที่มีอยู่ในบุคคลนั้นๆ
๕. กถาวัตถุ แถลงและวินิจฉัยทัศนะของนิกายต่างๆ สมัยสังคายนาครั้งที่ ๓
๖. ยมก ยกหัวข้อธรรมขึ้นวินิจฉัยด้วยวิธีถามตอบ โดยตั้งคำถามย้อนกันเป็นคู่ๆ
๗. ปัฏฐาน หรือ มหาปกรณ์ อธิบายปัจจัย๒๔ แสดงความสัมพันธ์เนื่องอาศัยกันแห่งธรรมทั้งหลายโดยพิสดาร
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka3/definition3.html

See also  คาถามอินเดียโบราณ เสริมเสน่ห์ ให้น่าดึงดูด น่าหลงใหล พลังแรงมาก (มีอานุภาพด้านกามเล็กน้อย) | บท สวด มหา เสน่ห์

บทสวดมาติกา

บทสวดมนต์ก่อนนอน ฟังก่อนนอน เสริมชีวิตให้ก้าวหน้า รุ่งเรือง


บทสวดมนต์ ก่อนนอน ฝึกจิตใจให้สงบ มีสมาธิ ปัญญา เสริมวาสนา บารมี เสริมดวงชะตา

บทสวดมนต์ก่อนนอน ฟังก่อนนอน เสริมชีวิตให้ก้าวหน้า รุ่งเรือง

เพลงพระคาถา ชินบัญชร [เพราะมาก]


เพลงพระคาถา ชินบัญชร [เพราะมาก]

#วันอาทิตย์นี้ #สวดมงคลจักรวาฬใหญ่ เป็นกุศลมงคลชีวิต เสริมบารมี ดีขึ้นทันตา 10-10-2564[LPJ5g]


สวดมงคลจักรวาฬใหญ่ เป็นกุศลมงคลชีวิต เสริมบารมี โชคดี ร่ำรวย 10102564[LPJ5g]

#วันอาทิตย์นี้ #สวดมงคลจักรวาฬใหญ่ เป็นกุศลมงคลชีวิต เสริมบารมี ดีขึ้นทันตา 10-10-2564[LPJ5g]

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Design

Leave a Comment